Visionary Story*

" ยุ่งจริง ๆ เลย"
ในที่สุดก็ใจอ่อนยอมเทอาหารใส่ชามที่โดดเด่นเหมือนไอ้ตัวที่นั่งย่นหน้า ใส่ จอมตะกละวิ่งตรงไปกินของชอบอย่างเคย แต่ที่แปลกคือมองไปรอบ ๆ ห้องไม่เห็นวี่แววคนตัวบาง ๆ กับเรือนผมสีบรอนด์สว่าง
ลีดเดอร์ของผมอยู่ที่ไหน
.
.
ประตูห้องถูกเปิดกว้าง สิ่งที่ทำให้เลิ่กคิ้ว ไม่ใช่เพลงทำนองแปลกหู หรือหน้าต่างที่เปิดอ้าจนม่านปลิวตามแรงลม
แต่เป็นร่างคุ้นตาที่นอนทับแขนฟุบอยู่กับโต๊ะตัวโปรด มือยังกำปากกาคาไว้ กระดาษหลายแผ่นปลิวอยู่บนพื้น แพขนตาและลมหายใจ บอกสภาวะหลับไหลของเจ้าของห้อง
ภาพตรงหน้ามันน่ามอง จากที่ควรจะปลุกจึงทำแค่เพียงสาวเท้าเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ เคราะห์ดี..ที่เจ้าตัวไม่นอนอ้าปากจนน้ำลายไหล ให้ทำลายบรรยากาศ
จากที่มองเฉย ๆ ก็เผลอไม่ได้ที่จะไม่สัมผัส
เรือนผมสีบรอนด์นิ่มอยู่ในอุ้งมือ พลางนึกดีใจที่ร่างบอบบางกลับมาทำทรงเดิม แทนที่จะเป็นทรงหยิกอย่างที่ขึ้นเพอร์คราวก่อน ฝ่ามือไล้ตามความยาวราวเส้นไหม นิ้วเรียวเกลี่ยผมเล่นปอยเล็กปอยน้อยเล่น พลางสะกดใจหลายต่อหลายครั้ง ไม่ให้ก้มลงไปกดริมฝีปากกับหน้าผากมนของคนหลับ
อากาศเย็นขึ้นจนรู้สึกได้ กระแสลมวูบใหญ่พัดมาจนรู้สึกเย็นบาดผิว จำใจต้องผละออกจากร่างยวนตาชั่วคราว เพียงเพื่อไปงับบานหน้าต่างให้ห้องกลับมาอุ่นขึ้น พร้อม ๆ กับเบาเสียงเครื่องเล่นเพลงที่เจ้าของห้องเปิดเอาไว้
" จียง"
" นี่....."
เลื่อนริมฝีปากไปกระซิบข้างใบหู สายตาก็คอยมองวงหน้าคนหลับ ควอนจียงยังนอนนิ่งสนิท มันเลยอดไม่ได้ที่จะไม่แกล้งเป่าลมร้อนใส่ ด้วยใจที่หวังก่อกวนให้คนนอนนึกหงุดหงิด
" .........ฮื่อ"
เสียงงืมงำในลำคอผะแผ่ว .. เร่งเร้าจิตใจให้ไปไกลเตลิด ผมจะทำอย่างไรได้ นอกจากจะคลี่ยิ้มเพราะกลั้นไว้ไม่ไหว แล้วลากไล้นิ้วตัวเองเข้ากับผิวแก้มเรียบลื่นต่อ
ยิ่งปล่อยใจไปสัมผัส ก็ยิ่งเคลือบแคลงสงสัย เพราะไม่รู้ลีดเดอร์ใช้วิธีไหน ถึงได้รักษาผิวให้นิ่มติดปลายนิ้วจนยากจะไถ่ถอน
ครั้นมาลองลูบหน้าตัวเองบ้าง ความสากก็ทำให้ต้องขมวดคิ้ว เมื่อความรู้สึกมัน...ช่างต่างกันราวกับหลังมือ
ลมหายใจสม่ำเสมอยังคงดังต่อเนื่อง ควอนจียงขี้เซาจนนึกอยากจะบีบจมูกรั้น ๆ แล้วโยกไปมาให้ลุกขึ้นโวยใส่ แต่จะทำยังไงได้ เห็นท่าทางนอนหลับสนิทแบบนั้น ผมก็ใจอ่อน ปลายนิ้วไล้เส้นผมนิ่มอีกครั้ง ก่อนจะก้มเก็บกระดาษบนพื้นห้อง
ตัวหนังสือยักยือเหมือนกับว่ารีบร้อนเขียน เดาไม่ผิด.. คงกำลังแต่งเพลงแล้วนึกประโยคดี ๆ ขึ้นได้กระทันหัน
A miracle starts with the beat of a heart
The loneliness ends and a new life begins
When love takes you in and everything changes
ผมทำเพียงคลี่ยิ้มบางๆ กระดาษที่เก็บมาได้ถูกวางไว้บนโต๊ะพร้อมหาอะไรวางทับไว้ให้ ปากกาถูกดึงออกมาจากอุ้มมือลีดเดอร์คนขยัน ก่อนที่จะเสียบรวมไว้กับเพื่อน ๆ อีกหลายด้าม ผ้าผืนใหญ่คลุมทับร่างที่ฟุบอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นอันจบหน้าที่
เสียงตะกุยด้วยเล็บดังแกร่ก ๆ จากประตู ทันทีที่เปิดอ้า สิ่งมีชีวิตขนาดย่อมก็วิ่งทะล่าเข้ามาภายใน สองขายกขึ้นตะกุกเจ้านายเฉกเช่นปกติ แรงจนนึกผวากลัวภาพมายาตรงหน้าจะหายไป
" อย่ากวนเขาสิ.."
สัตว์เลี้ยงตัวย่นทำเหมือนฟังรู้ความ เมื่อมันหยุดการกระทำเอาไว้ แล้วเปลี่ยนทิศวิ่งปรี่ไปนอนซุกกับผ้าอุ่น ๆ ที่มุมห้อง
สิ่งสุดท้ายที่ตั้งใจไว้ .. มีแค่เพียงการอวยพรให้อีกคนนอนฝันหวาน
หากแต่กลับ .. ไม่อาจจะยับยั้งแรงปรารถนาของตัวเองได้
ปลายจมูกไล่ผิวแก้มนิ่ม พร้อมลากขึ้นจูบที่ขมับ ปล่อยมือจับเข้ากับเรือนผมสีบรอนด์สว่าง พลางก้มสูดกลิ่นแชมพูหอมอ่อน ๆ จากปลายผม
พอคนหลับขยับตัวงึมงำอีกครั้ง ถึงต้องยอมผละขยับออกห่าง ปลายนิ้วเขี่ยปอยผมช่อเล็กข้างใบหู แล้วเคลื่อนใบหน้าเข้าไปอีกครั้ง
" ฝันดีนะ"
ไม่มีเสียงตอบรับ หรือเสียงงึมงำอย่างเคย
จะมีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน ๆ ก็เท่านั้น
.
.
มีคนเคยบอกกับผมว่า
คนที่กำลังนอนหลับ มักมีท่าทางน่าดึงดูดบางอย่าง
ซึ่งตอนนี้ ผมก็คิดว่า มันน่าเห็นด้วยที่สุดแล้ว ....
Be Drowsy end.
ฟิกอะไรวะ ฮาาาาาาาาาาาา !
ความพยายามจะฟิกร้อยคำ ก็พังทลาย(อีกแล้ว) ก๊ากๆๆๆๆๆๆ โอยยยคราวหน้าเอาใหม่!
ตอนแรกกะว่า blank ทั้งพระเอกนายเอก แต่แบบว่า ผมคุณควอนในไลฟ์ขอเสียงมันอุฮิ๊งมาก ฮืออออ พลิวจังเลยคะคุณ.. ผมลื่นสวยมากค่ะ ลองเป็น POV ด้วยอ่ะ ฮือๆ ไม่ค่อยชินกับการใช้คำว่าผมในความคิดเท่าไหร่ แต่ชอบนะก๊ะ ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาอ่านกัน แฮะๆ
ปล. ขอบคุณซองชิลเรื่องเพลง และชื่อเรื่องค่ะ :)
ปล. ขอบคุณเพลงกับพี่หลิง สำหรับภาพ จุ๊บุจุ๊บุ
ท้ายที่สุด
รักนะคะ !
(ลอกพี่หลิง!)